2. จำนวนเต็มบวกสองจำนวนต่างกันอยู่ 8 ถ้านำ 3 เท่าของจำนวนน้อยบวกกับจำนวนมาก จะได้ผลบวกมากกว่า 48 แต่ไม่เกิน 68 จำนวนเต็มบวกที่เป็นจำนวนน้อยคือจำนวนใด
วิธีทำ
ให้จำนวนเต็มบวกจำนวนแรกที่เป็นจำนวนน้อย คือ x
จำนวนเต็มบวกจำนวนแรกกับจำนวนที่สองต่างกันอยู่ 8
จะได้ว่าจำนวนเต็มบวกจำนวนที่สองที่มีค่ามากกว่าจำนวนแรก คือ x + 8
3 เท่าของ x บวกกับ x + 8 จะได้ผลบวกมากกว่า 48 แต่ไม่เกิน 68
จะได้อสมการแรกเป็น
จะได้ว่าจำนวนเต็มบวกจำนวนที่สองที่มีค่ามากกว่าจำนวนแรก คือ x + 8
3 เท่าของ x บวกกับ x + 8 จะได้ผลบวกมากกว่า 48 แต่ไม่เกิน 68
จะได้อสมการแรกเป็น
3x + (x + 8)
> 48
4x + 8
4x
4x
4x
4x
> 48
> 48 – 8
> 40
> 48 – 8
> 40
x
> \(\small\mathsf{\frac{40}{4}}\)
x
> 10
และจะได้อสมการที่สองเป็น
3x + (x + 8)
\(\small\mathsf{\le}\) 68
4x + 8
4x
4x
4x
4x
\(\small\mathsf{\le}\) 68
\(\small\mathsf{\le}\) 68 – 8
\(\small\mathsf{\le}\) 60
\(\small\mathsf{\le}\) 68 – 8
\(\small\mathsf{\le}\) 60
x
\(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{60}{4}}\)
x
\(\small\mathsf{\le}\) 15
ดังนั้น จำนวนเต็มบวกที่เป็นจำนวนน้อยจะเป็นจำนวนเต็มที่มากกว่า 10
แต่ไม่เกิน 15 ซึ่งได้แก่ 11, 12, 13, 14 และ 15
แต่ไม่เกิน 15 ซึ่งได้แก่ 11, 12, 13, 14 และ 15
ตอบ 11, 12, 13, 14 และ 15
3. ชมขวัญมีเหรียญห้าบาทและเหรียญบาทในกระปุกออมสินที่เก็บไว้คิดเป็นเงิน 110 บาท ปรากฏว่ามีเหรียญมากกว่า 50 เหรียญ แต่ไม่ถึง 60 เหรียญ จงหาว่าเหรียญห้าบาทที่ชมขวัญเก็บไว้มีกี่เหรียญ
วิธีทำ
ให้ชมขวัญมีเหรียญห้าบาทจำนวน x เหรียญ
จะคิดเป็นเงิน 5x บาท
เงินทั้งหมดที่มีรวมเป็น 110 บาท
นั่นคือ จะมีเหรียญบาทคิดเป็นเงิน 110 – 5x บาท
ซึ่งหมายความว่ามีเหรียญบาทจำนวน 110 – 5x เหรียญ
จำนวนเหรียญทั้งหมดมีมากกว่า 50 เหรียญ แต่ไม่ถึง 60 เหรียญ
จะได้อสมการแรกเป็น
เงินทั้งหมดที่มีรวมเป็น 110 บาท
นั่นคือ จะมีเหรียญบาทคิดเป็นเงิน 110 – 5x บาท
ซึ่งหมายความว่ามีเหรียญบาทจำนวน 110 – 5x เหรียญ
จำนวนเหรียญทั้งหมดมีมากกว่า 50 เหรียญ แต่ไม่ถึง 60 เหรียญ
จะได้อสมการแรกเป็น
x + (110 – 5x)
-4x + 110
-4x
-4x
-4x + 110
-4x
-4x
> 50
> 50
> 50 – 110
> -60
> 50
> 50 – 110
> -60
x
< \(\small\mathsf{\frac{-60}{-4}}\)
x
< 15
และจะได้อสมการที่สองเป็น
x + (110 – 5x)
-4x + 110
-4x
-4x
-4x + 110
-4x
-4x
< 60
< 60
< 60 - 110
< -50
< 60
< 60 - 110
< -50
x
> \(\small\mathsf{\frac{-50}{-4}}\)
x
> 12.5
จากอสมการที่ 1 และ 2 จะได้ว่าชมขวัญมีเหรียญห้าบาท
เป็นจำนวนมากกว่า 12 เหรียญ แต่ไม่ถึง 15 เหรียญ
ดังนั้น เหรียญห้าบาทที่ชมขวัญเก็บไว้มีได้ 13 หรือ 14 เหรียญ
เป็นจำนวนมากกว่า 12 เหรียญ แต่ไม่ถึง 15 เหรียญ
ดังนั้น เหรียญห้าบาทที่ชมขวัญเก็บไว้มีได้ 13 หรือ 14 เหรียญ
ตอบ 13 หรือ 14 เหรียญ
4. พละเตรียมเงินไปซื้อของขวัญวันเด็กสำหรับบุตร 2 คน โดยตั้งใจว่าของขวัญสำหรับบุตรชายต้องมีราคาไม่เกิน \(\small\mathsf{\dfrac{1}{3}}\) ของเงินที่เตรียมไป และของขวัญสำหรับบุตรสาวจะแพงกว่าของบุตรชายไม่เกิน 50 บาท เมื่อเขาซื้อของได้เรียบร้อยแล้วปรากฏว่าจ่ายเงินไปไม่เกิน 500 บาท อยากทราบว่าพละเตรียมเงินไปเท่าไร บุตรชายและบุตรสาวได้รับของขวัญมีราคาไม่เกินกี่บาท
วิธีทำ
ให้พละเตรียมเงินไป x บาท
ของขวัญสำหรับบุตรชายราคาไม่เกิน \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)x บาท
ของขวัญสำหรับบุตรสาวจะแพงกว่าของบุตรชายไม่เกิน 50 บาท
นั่นคือของขวัญสำหรับบุตรสาวราคาไม่เกิน \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)x + 50 บาท
ของขวัญทั้งสองชิ้นจ่ายเงินไปไม่เกิน 500 บาท
จะได้อสมการเป็น
ของขวัญสำหรับบุตรสาวจะแพงกว่าของบุตรชายไม่เกิน 50 บาท
นั่นคือของขวัญสำหรับบุตรสาวราคาไม่เกิน \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)x + 50 บาท
ของขวัญทั้งสองชิ้นจ่ายเงินไปไม่เกิน 500 บาท
จะได้อสมการเป็น
\(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)x + (\(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)x + 50)
\(\small\mathsf{\le}\) 500
\(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)x + 50
\(\small\mathsf{\le}\) 500
\(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)x
\(\small\mathsf{\le}\) 500 – 50
\(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)x
\(\small\mathsf{\le}\) 450
x
\(\small\mathsf{\le}\) 450 x \(\small\mathsf{\frac{3}{2}}\)
x
\(\small\mathsf{\le}\) 675
ดังนั้น พละเตรียมเงินไปมากที่สุด 675 บาท
ของขวัญสำหรับบุตรชาย
\(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)x
\(\small\mathsf{\le}\) (\(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\))(675)
\(\small\mathsf{\le}\) 225 บาท
ของขวัญสำหรับบุตรสาว
\(\small\mathsf{\le}\) 225 + 50
\(\small\mathsf{\le}\) 275 บาท
ตอบ พละเตรียมเงินไปมากที่สุด 675 บาท บุตรชายได้รับของขวัญราคาไม่เกิน 225 บาท และบุตรสาวได้รับของขวัญราคาไม่เกิน 275 บาท
5. ในการประเมินผลวิชาคณิตศาสตร์ มีการสอบเก็บคะแนน 3 ครั้ง รวมคะแนนเต็ม 200 คะแนน โดยมีเกณฑ์การประเมินผล ดังนี้
| เกณฑ์การประเมินผล | ผลการเรียน |
|---|---|
| คะแนนตั้งแต่ 80% ขึ้นไป | 4.00 |
| คะแนนตั้งแต่ 75% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 80% | 3.50 |
| คะแนนตั้งแต่ 70% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 75% | 3.00 |
| คะแนนตั้งแต่ 65% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 70% | 2.50 |
| คะแนนตั้งแต่ 60% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 65% | 2.00 |
| คะแนนตั้งแต่ 55% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 60% | 1.50 |
| คะแนนตั้งแต่ 50% ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 55% | 1.00 |
| คะแนนไม่ถึง 50% | 0 |
ในการสอบ นุ่มนิ่มสอบเก็บคะแนนครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ได้คะแนน 42 และ 40 คะแนน จากคะแนนเต็ม 50 คะแนน ตามลำดับ จากข้อมูลข้างต้น จงตอบคำถามต่อไปนี้
1) ในการสอบเก็บคะแนนครั้งที่ 3 มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน นุ่มนิ่มจะต้องทำคะแนนให้ได้อย่างน้อยกี่คะแนน จึงจะได้ผลการเรียนเป็น 4.00
วิธีทำ
คะแนนตั้งแต่ 80% ขึ้นไป จึงจะได้ผลการเรียนเป็น 4.00
การสอบทั้ง 3 ครั้งมีคะแนนเต็มเท่ากับ 50 + 50 + 100 = 200 คะแนน
80% ของคะแนนเต็มจะเท่ากับ \(\small\mathsf{\frac{80}{100}}\) x 200 = 160 คะแนน
การสอบครั้งที่ 1 และ 2 ได้คะแนนรวมเท่ากับ 42 + 40 = 82 คะแนน
80% ของคะแนนเต็มจะเท่ากับ \(\small\mathsf{\frac{80}{100}}\) x 200 = 160 คะแนน
การสอบครั้งที่ 1 และ 2 ได้คะแนนรวมเท่ากับ 42 + 40 = 82 คะแนน
การสอบครั้งที่ 3 จะต้องสอบได้
\(\small\mathsf{\ge}\) 160 – 82
\(\small\mathsf{\ge}\) 78 คะแนน
ตอบ นุ่มนิ่มต้องทำคะแนนอย่างน้อย 78 คะแนนในการสอบครั้งที่ 3
2) ในการประกาศผลคะแนนสอบในครั้งที่ 2 ปรากฏว่ามีการประกาศผลคะแนนของนุ่มนิ่มสลับกับเพื่อน ทำให้คะแนนของนุ่มนิ่มลดลงจากที่ประกาศ 6 คะแนน นักเรียนคิดว่า นุ่มนิ่มยังสามารถทำคะแนนสอบในครั้งที่ 3 เพื่อให้ได้ผลการเรียนเป็น 4.00 ได้หรือไม่ ถ้าได้ นุ่มนิ่มจะต้องได้คะแนนสอบครั้งที่ 3 อย่างน้อยกี่คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จึงจะได้ผลการเรียนเป็น 4.00
วิธีทำ
ครั้งที่สองมีคะแนนลดลงไป 6 คะแนน
นั่นคือ จากข้อ 1) ต้องทำคะแนนเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 คะแนน
จะได้ว่า การสอบครั้งที่ 3 จะต้องสอบได้
\(\small\mathsf{\ge}\) 78 + 6
\(\small\mathsf{\ge}\) 84 คะแนน
ตอบ นุ่มนิ่มจะต้องได้คะแนนสอบครั้งที่ 3 อย่างน้อย 84 คะแนน
6. นวัตต้องการขึ้นรถรับจ้างเพื่อไปซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยรถรับจ้างคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 40 บาท และคิดค่าบริการเพิ่มเติมอีกกิโลเมตรละ 5 บาท เมื่อกลับมาถึงบ้าน นวัตต้องจดบันทึกรายรับและรายจ่ายประจำวัน แต่ปรากฏว่านวัตทำใบเสร็จรับเงินค่าบริการรถรับจ้างหายไป แต่นวัตจำได้ว่าจ่ายค่าบริการรถรับจ้างไป-กลับระหว่างบ้านกับห้างสรรพสินค้าทั้งหมดเป็นเงินมากกว่า 140 บาท แต่ไม่เกิน 160 บาท อยากทราบว่านวัตขึ้นรถรับจ้างไปห้างสรรพสินค้าใด และจ่ายค่าบริการรถรับจ้างไปทั้งหมดกี่บาท

วิธีทำ
ให้ระยะทางจากบ้านนวัตถึงห้างสรรพสินค้าเป็น x กม.
รถรับจ้างคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 40 บาท และเพิ่มเติมอีก กม. ละ 5 บาท
ค่าบริการทั้งหมดทั้งไปและกลับเป็นเงินมากกว่า 140 บาท แต่ไม่เกิน 160 บาท
จะได้อสมการแรกเป็น
ค่าบริการทั้งหมดทั้งไปและกลับเป็นเงินมากกว่า 140 บาท แต่ไม่เกิน 160 บาท
จะได้อสมการแรกเป็น
2(40 + 5x)
> 140
80 + 10x
10x
10x
10x
10x
> 140
> 140 – 80
> 60
> 140 – 80
> 60
x
> \(\small\mathsf{\frac{60}{10}}\)
x
> 6
และจะได้อสมการที่สองเป็น
2(40 + 5x)
\(\small\mathsf{\le}\) 160
80 + 10x
10x
10x
10x
10x
\(\small\mathsf{\le}\) 160
\(\small\mathsf{\le}\) 160 – 80
\(\small\mathsf{\le}\) 80
\(\small\mathsf{\le}\) 160 – 80
\(\small\mathsf{\le}\) 80
x
\(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{80}{10}}\)
x
\(\small\mathsf{\le}\) 8
จะได้ว่าระยะทางจากบ้านไปยังห้างสรรพสินค้ามีระยะทางมากกว่า 6 กม.
แต่ไม่เกิน 8 กม.
จากรูป นวัตน่าจะขึ้นรถรับจ้างไปห้างสรรพสินค้า Premium Shop
ซึ่งมีระยะทางห่างจากบ้าน 7 กม.
แต่ไม่เกิน 8 กม.
จากรูป นวัตน่าจะขึ้นรถรับจ้างไปห้างสรรพสินค้า Premium Shop
ซึ่งมีระยะทางห่างจากบ้าน 7 กม.
และนวัตจ่ายค่าบริการรถรับจ้างไปทั้งหมด 2[40 + 5(7)]
= 2(40 + 35)
= 2(75)
= 150 บาท
= 150 บาท
ตอบ นวัตขึ้นรถรับจ้างไปห้างสรรพสินค้า Premium Shop และจ่ายค่าบริการรถรับจ้างไปทั้งหมด 150 บาท
7. ฮานะต้องการนำเชือกมาล้อมเป็นรูปเรขาคณิตแต่เชือกยาวเพียง 280 เซนติเมตร อยากทราบว่า
1) รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่มากที่สุดที่ฮานะสร้างได้จากเชือกเส้นนี้ จะมีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
วิธีทำ
เชือกยาว 280 ซม.
รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะมีความยาวไม่เกินด้านละ \(\small\mathsf{\frac{280}{4}}\) = 70 ซม.
ดังนั้น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะมีพื้นที่ 70 x 70 = 4,900 ตร.ซม.
ดังนั้น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะมีพื้นที่ 70 x 70 = 4,900 ตร.ซม.
ตอบ 4,900 ตารางเซนติเมตร
2) ฮานะจะสามารถสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีความยาวมากกว่าความกว้าง 20 เซนติเมตรได้หรือไม่ และรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากนั้น จะมีพื้นที่มากที่สุดกี่ตารางเซนติเมตร
วิธีทำ
ให้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมีความกว้าง m ซม.
ถ้าความยาวมากกว่าความกว้าง 20 ซม. จะได้ความยาวเท่ากับ m + 20 ซม.
เชือกยาว 280 ซม.
ความยาวรอบรูปสี่เหลี่ยมเท่ากับ 2m + 2(m +20)
จะได้อสมการเป็น
เชือกยาว 280 ซม.
ความยาวรอบรูปสี่เหลี่ยมเท่ากับ 2m + 2(m +20)
จะได้อสมการเป็น
2m + 2(m +20)
2m + 2m + 40
4m + 40
4m
4m
2m + 2m + 40
4m + 40
4m
4m
\(\small\mathsf{\le}\) 280
\(\small\mathsf{\le}\) 280
\(\small\mathsf{\le}\) 280
\(\small\mathsf{\le}\) 280 – 40
\(\small\mathsf{\le}\) 240
\(\small\mathsf{\le}\) 280
\(\small\mathsf{\le}\) 280
\(\small\mathsf{\le}\) 280 – 40
\(\small\mathsf{\le}\) 240
m
\(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{240}{4}}\)
m
\(\small\mathsf{\le}\) 60
ดังนั้น จะสามารถสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านกว้าง 60 ซม.
และด้านยาว 60 + 20 = 80 ซม.
และจะมีพื้นที่มากที่สุด 60 x 80 = 4,800 ตร.ซม.
และด้านยาว 60 + 20 = 80 ซม.
และจะมีพื้นที่มากที่สุด 60 x 80 = 4,800 ตร.ซม.
ตอบ ฮานะจะสามารถสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีความยาวมากกว่าความกว้าง 20 เซนติเมตรได้ และจะมีพื้นที่มากที่สุด 4,800 ตารางเซนติเมตร
3) รูปวงกลมที่มีพื้นที่มากที่สุดที่ฮานะสร้างได้จากเชือกเส้นนี้ จะมีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
วิธีทำ
ให้วงกลมที่จะสร้างมีรัศมียาว r ซม.
ความยาวรอบรูปวงกลมเท่ากับ 2\(\small\mathsf{\pi}\)r
เชือกยาว 280 ซม.
จะได้อสมการเป็น
เชือกยาว 280 ซม.
จะได้อสมการเป็น
2\(\small\mathsf{\pi}\)r
\(\small\mathsf{\le}\) 280
r
\(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{280}{2\pi}}\)
r
\(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{140}{\pi}}\)
นั่นคือวงกลมนี้จะมีรัศมียาวไม่เกิน \(\small\mathsf{\frac{140}{\pi}}\) ซม.
พื้นที่วงกลมเท่ากับ \(\small\mathsf{\pi r^2}\)
พื้นที่วงกลมเท่ากับ \(\small\mathsf{\pi r^2}\)
วงกลมที่ฮานะสร้างจากเชือกจะมีพื้นที่
= \(\small\mathsf{\pi {(\frac{140}{\pi})}^2}\)
= \(\small\mathsf{\frac{19,600}{\pi}}\) ตร.ซม.
ตอบ รูปวงกลมที่มีพื้นที่มากที่สุดจะมีพื้นที่ \(\small\mathsf{\frac{19,600}{\pi}}\) ตารางเซนติเมตร
4) รูปสามเหลี่ยมมุมฉากหน้าจั่วที่มีพื้นที่มากที่สุดที่ฮานะสร้างได้จากเชือกเส้นนี้ จะมีพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร
วิธีทำ
ให้ด้านประกอบมุมฉากของรูปสามเหลี่ยมยาว x ซม.
ด้านตรงข้ามมุมฉากจะยาว
= \(\small\mathsf{\sqrt{x^2 + x^2}}\)
= \(\small\mathsf{\sqrt{2x^2}}\)
= \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)x
เชือกยาว 280 ซม.
เส้นรอบรูปสามเหลี่ยมจะยาวไม่เกิน 280 ซม.
จะได้อสมการเป็น
เส้นรอบรูปสามเหลี่ยมจะยาวไม่เกิน 280 ซม.
จะได้อสมการเป็น
x + x + \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)x
\(\small\mathsf{\le}\) 280
2x + \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)x
\(\small\mathsf{\le}\) 280
(2 + \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\))x
\(\small\mathsf{\le}\) 280
x \(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{280}{2 \, + \, \sqrt{2}}}\)
x \(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{280}{2 \, + \, \sqrt{2}} \cdot \frac{2 \; – \; \sqrt{2}}{2 \; – \; \sqrt{2}}}\)
x \(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{280(2 \; – \; \sqrt{2})}{(2 \, + \, \sqrt{2})(2 \; – \; \sqrt{2})}}\)
x \(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{280(2 \; – \; \sqrt{2})}{4 \, – \, 2}}\)
x \(\small\mathsf{\le}\) \(\small\mathsf{\frac{280(2 \; – \; \sqrt{2})}{2}}\)
x \(\small\mathsf{\le}\) 140(2 – \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\))
นั่นคือ ด้านตรงข้ามมุมฉากจะยาวด้านละไม่เกิน 140(2 – \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)) ซม.
พื้นที่สามเหลี่ยม
= \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\) x ฐาน x สูง
= \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\) x 140(2 – \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)) x 140(2 – \(\small\mathsf{\sqrt{2}}\))
= \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\) x 140 x 140 x \(\small\mathsf{(2 \, – \sqrt{2})^2}\)
= \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\) x 19,600 x (4 – 4\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\) + 2)
= \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\) x 19,600 x (6 – 4\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\))
= \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\) x 19,600 x 2(3 – 2\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\))
= 19,600(3 – 2\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\))
ดังนั้น รูปสามเหลี่ยมมุมฉากหน้าจั่วที่ฮานะสร้างได้จากเชือกเส้นนี้
จะมีพื้นที่มากที่สุดเท่ากับ 19,600(3 – 2\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)) ตารางเซนติเมตร
จะมีพื้นที่มากที่สุดเท่ากับ 19,600(3 – 2\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)) ตารางเซนติเมตร
ตอบ 19,600(3 – 2\(\small\mathsf{\sqrt{2}}\)) ตารางเซนติเมตร
8. เจ้าของฟาร์มเลี้ยงสัตว์แห่งหนึ่งพบว่าอัตราส่วนของจำนวนเป็ด ไก่ และห่าน ที่เขาเลี้ยงเป็น 3:2:1 ต่อมาเขาขายเป็ดไป 500 ตัว ขายไก่ไป 200 ตัว เมื่อนับจำนวนสัตว์แล้วปรากฏว่าเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนสัตว์ทั้งหมด จงหาจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไว้
วิธีทำ
อัตราส่วนของจำนวนเป็ด ไก่ และห่าน เป็น 3:2:1
ให้เลี้ยงห่านไว้ x ตัว
จะเลี้ยงเป็ดไว้ 3x ตัว
ขายเป็ดไป 500 ตัว จะเหลืออยู่ 3x – 500 ตัว
เลี้ยงไก่ไว้ 2x ตัว
ขายไก่ไป 200 ตัว จะเหลืออยู่ 2x – 200 ตัว
สัตว์ที่เหลืออยู่เหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนสัตว์ทั้งหมด
จะได้อสมการเป็น
จะเลี้ยงเป็ดไว้ 3x ตัว
ขายเป็ดไป 500 ตัว จะเหลืออยู่ 3x – 500 ตัว
เลี้ยงไก่ไว้ 2x ตัว
ขายไก่ไป 200 ตัว จะเหลืออยู่ 2x – 200 ตัว
สัตว์ที่เหลืออยู่เหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนสัตว์ทั้งหมด
จะได้อสมการเป็น
x + (3x – 500) + (2x – 200)
< \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\)(x + 3x + 2x)
6x – 700
< \(\small\mathsf{\frac{1}{2}}\)(6x)
6x – 700
6x
6x – 3x
3x
6x
6x – 3x
3x
< 3x
< 3x + 700
< 700
< 700 \(\small\mathsf{\cdots \cdots}\) (1)
< 3x + 700
< 700
< 700 \(\small\mathsf{\cdots \cdots}\) (1)
ขายไก่ไป 200 ตัว แสดงว่ามีไก่อยู่แล้วอย่างน้อย 200 ตัว
จะได้อสมการเป็น
จะได้อสมการเป็น
2x
\(\small\mathsf{\ge}\) 200
x
\(\small\mathsf{\ge}\) \(\small\mathsf{\frac{200}{2}}\)
x
\(\small\mathsf{\ge}\) 100
และ 3x
\(\small\mathsf{\ge}\) 300 \(\small\mathsf{\cdots \cdots}\) (2)
ขายเป็ดไป 500 ตัว แสดงว่ามีเป็ดอยู่แล้วอย่างน้อย 500 ตัว
จะได้อสมการเป็น
จะได้อสมการเป็น
3x \(\small\mathsf{\ge}\) 500 \(\small\mathsf{\cdots \cdots}\) (3)
จากอสมการที่ (1), (2) และ (3) จะได้ว่า 500 \(\small\mathsf{\le}\) 3x < 700
หมายความว่าจะมีเป็ดที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 700 ตัว
จากอัตราส่วนของจำนวนเป็ด ไก่ และห่าน เป็น 3:2:1
ถ้ามีเป็ดอย่างน้อย 500 ตัว
จะมีไก่อย่างน้อย \(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)(500) ตัว
และมีห่านอย่างน้อย \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)(500) ตัว
หมายความว่าจะมีเป็ดที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 700 ตัว
จากอัตราส่วนของจำนวนเป็ด ไก่ และห่าน เป็น 3:2:1
ถ้ามีเป็ดอย่างน้อย 500 ตัว
จะมีไก่อย่างน้อย \(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)(500) ตัว
และมีห่านอย่างน้อย \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)(500) ตัว
รวมมีสัตว์เลี้ยงอย่างน้อย
= 500 + \(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)(500) + \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)(500)
= 500 + \(\small\mathsf{\frac{1,000 + 500}{3}}\)
= 500 + \(\small\mathsf{\frac{1,500}{3}}\)
= 1,000 ตัว
ถ้ามีเป็ดอย่างมากไม่เกิน 700 ตัว
จะมีไก่อย่างมากไม่เกิน \(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)(700) ตัว
และมีห่านอย่างมากไม่เกิน \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)(700) ตัว
รวมมีสัตว์เลี้ยงอย่างมากไม่เกิน
= 700 + \(\small\mathsf{\frac{2}{3}}\)(700) + \(\small\mathsf{\frac{1}{3}}\)(700)
= 700 + \(\small\mathsf{\frac{1,400 + 700}{3}}\)
= 700 + \(\small\mathsf{\frac{2,100}{3}}\)
= 1,400 ตัว
รวมสัตว์ที่เลี้ยงไว้ทั้งหมดเท่ากับ x + 2x + 3x = 6x ตัว
นั่นคือ 1,000 \(\small\mathsf{\le}\) 6x < 1,400
และจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เป็นไปได้จะต้องหาร 6 ลงตัว
ดังนั้น จำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไว้
คือ 1002, 1008, 1014, 1020, …, 1398 ตัว
นั่นคือ 1,000 \(\small\mathsf{\le}\) 6x < 1,400
และจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เป็นไปได้จะต้องหาร 6 ลงตัว
ดังนั้น จำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไว้
คือ 1002, 1008, 1014, 1020, …, 1398 ตัว
ตอบ 1002, 1008, 1014, 1020, …, 1398 ตัว
